Visit's profilekappathaiPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 23

    มุมมองที่น่ากลัว

    วันนี้อ่านหนังสือ "ความนำว่าด้วยอุตมรัฐของเพลโต" จนจบ
     
    ส่วนที่อ่านแล้วรู้สึกสะกิดใจจนอยากที่จะพิมพ์เก็บไว้คือการนิยาม "ความยุติธรรม" ในแง่มุมที่ทำให้อึ้งได้ทั้งๆที่วิกฤตในสังคมไทยที่กำลังเกิดอยู่นี้ ก็อาจเป็นเพราะเรานิยามความยุติธรรมไว้เช่นนี้เอง น่าแปลกที่เราก็ไม่เคยได้ถูกสอนเรื่องความยุติธรรมในแง่มุมแบบนี้เลย แล้วมันเกิดขึ้นมารุนแรงขนาดนี้ได้อย่างไร
     
    หรือนิยามนี้ต่างหากที่เป็นจริง...ลองอ่านกันดู
     
    เรียบเรียงใหม่จากหน้า 65-67
         "กรณีของคนเลี้ยงแกะซึ่งเอาใจใส่แกะที่เลี้ยงเป็นอย่างดี มิใช่เพื่อจะให้แกะมีความสุข แต่เพื่อที่ว่าแกะจะได้เหมาะสำหรับรับประทาน คนเลี้ยงแกะมิได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของแกะหากแต่คำนึงถึงผลประโยชน์ของตนหรือผลประโยชน์ของนายจ้างอีกทีหนึ่ง ประชาชนก็เปรียบเสมือนฝูงแกะ ที่จะต้องถูกกิน ถูกกดขี่ ถูกตักตวงผลประโยชน์ คนที่ปกครองประชาชนอย่างดีก็มิได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของปวงชน แต่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเอง....
         นี่เป็นความจริงที่ว่ามนุษย์เราไม่ได้กลัวการที่คนเราจะกระทำในสิ่งที่ไม่ยุติธรรม  หากแต่กลัวการกระทำที่ไม่ยุติธรรมของผู้อื่นว่าจะมากระทบถึงตัวมากกว่า เพราะฉะนั้นการสรรเสริญความยุติธรรมนั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือฉากหน้าของความกลัว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือความยุติธรรมนั้นย่อมมีรากฐานอยู่บนความกลัว หากปราศจากความกลัว ความยุติธรรมก็จะไม่มีอยู่อีกต่อไป ความยุติธรรมจึงไม่ได้เป็นคุณธรรมที่แท้จริงอะไร เป็นเพียงความพยายามที่จะประณามการแสวงหาผลประโยชน์ของผู้ที่แข็งแรงกว่า(มีอำนาจมากกว่า) โดยผู้ที่โง่และอ่อนแอเกินกว่าที่จะกระทำการดังกล่าวได้เองเท่านั้น....
         คนโดยทั่วไปล้วนแต่แอบอิจฉาริษยาคนที่ไม่ยุติธรรมแต่ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งสิ้น  เหตุที่พวกเขาไม่กล้าสรรเสริญความไม่ยุติธรรมอย่างออกนอกหน้า ก็เพราะพวกเขานั้นกลัวจะตกเป็นเหยื่อของความไม่ยุติธรรมนั้นเสียเอง ความกลัวทำให้คนส่วนใหญ่กลายเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจ ยกย่องสรรเสริญความยุติธรรมราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวของมันเอง ดังนั้นผู้ที่ไม่เชื่อในความยุติธรรมแต่เชื่อในความไม่ยุติธรรม จึงเป็นผู้มองเห็นความจริงและเป็นอิสระแก่ตน มนุษย์แต่ละคนล้วนตกอยู่ภายใต้อำนาจของกิเลสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงควรปล่อยตัวให้ไหลไปตามแรงผลักของตัณหา ความขัดแย้งและการเอารัดเอาเปรียบเป็นเรื่องธรรมดาสุดแล้วแต่ว่าใครจะแข็งแรงกว่ากัน...."
     
    June 18

    บริษัทของเราไม่ได้สร้างหนังโป๊ จริงจริ๊ง!!!

    "สาหร่ายเป็นพิษ "เสี่ยเจียง" ฟัน "เอมี่" ไม่ให้โผล่ในหนังแม้แต่ขน"
     
    คงจะคุ้นๆกับประโยคข้างต้น ซึ่งก็คือพาดหัวข่าวดังเรื่องของ เอมี่ โชติรส สุริยะวงศ์ นักแสดงที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่แต่งกายชุดราตรีวาบหวิว ระหว่างเข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลสุพรรณหงส์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 9 ก.พ. 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งเธอถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมในครั้งนี้ บทลงโทษที่เธอได้รับก็คือเธอถูกเสี่ยเจียงหรือ สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ปลดออกจากงานแสดงที่คั่งค้าง และหมดสภาพการเป็นนักแสดงในสังกัดของสหมงคลฟิล์ม โดยให้เหตุผลว่า บริษัทไม่ได้สร้างหนังโป๊ นักแสดงควรจะมีชื่อเสียงจากฝีมือการแสดง ไม่ใช่ดังเพราะแก้ผ้า
     
    แต่ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของสหมงคลฟิล์มที่ชื่อว่า "สวยลากไส้" (Sick Nurse) นั้นกลับมีจุดขายอยู่ที่นักแสดงสาวใจกล้าทั้ง 7 คนที่พร้อมจะเผยเนื้อหนังเพื่อให้เข้ากับ concept ที่ว่า "ภาพยนตร์เซ็กซี่สุดเสียวไส้" ซึ่งคำว่าเสียวไส้ที่ปรากฏขึ้นในหนังนั้นจะมี 2 ความหมาย ความหมายแรกคือหนังเรื่องนี้เป็นหนังผี จึงมีฉากการตายของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างอเนจอนาจเลือดสาดสุดเสียวไส้ ส่วนอีกความหมายหนึ่งก็คือภาพของความเซ็กซี่ที่เสียวซ่านและเสียวไส้ว่าจะเกิดภาพหลุดวับๆแวมๆของนักแสดงออกมาจริงๆ เช่น ฉากล้วงของในร่องอก ฉากนั่งชักโครกโดยมีกางเกงในที่ถอดออกมาแล้วบดบังของสงวนสุดสยิว หรือจะเป็นฉากปลดกระดุม เปลื้องผ้าให้เหลือแต่ชุดชั้นในก็มีให้ดูหมด ผู้ชมจะได้ลุ้นไปตลอดเรื่องว่าดาราสาวที่ถูกใจจะไปได้ไกลถึงขั้นไหน
     
    จนกระทั่งจบภาพยนตร์ก็มีภาพแถมของสาวๆในอารมณ์สบายๆกลางชายหาด ซึ่งล้วนแต่ใส่ทูพีชเน้นซูมภาพของหน้าอกและก้นให้ชมกันเต็มๆตา เลยสงสัยว่าไม่ถ่ายข้างหน้าไปด้วยเลยจะได้ครบสูตรหนังเซ็กซี่เพราะบริษัทนี้ไม่ได้สร้างหนังโป๊เลย จริ๊งจริง!!! พับผ่าเถอะ
     
    ต้องบอกอีกอย่างแม้จะเป็นการโฆษณาก็ตามทีว่า หนังตัวอย่างของสหมงคลฟิล์มเรื่องต่อไปนั้นชื่อว่า "คลิปวิดีโอ" ครับท่าน เป็นหนังผีที่คาดว่าจะได้เจริญรอยตาม concept หนังรุ่นพี่ชัวป้าบ เผลอๆคงจะนึกภาพหนังตัวอย่างกันออกในหัวทันทีกันแล้วมั้ง เพราะชื่อมันออกจะชัด
     
    เห็นหนังเรื่อง "พลอย" ที่เข้าฉายด้วยกัน ยังมีข้อความว่า "หนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 แหมๆ แต่สวยลากไส้นี่ดูได้ทุกเพศทุกวัยนะครับ เด็กนั่งดูกันสลอน กลับไปคงอยากหาหนังโป๊ดูต่อที่บ้าน เพราะหนังเซ็กซี่มันยังไม่ถึงใจพอ หรือเกิดมีพวกแก่ๆช็อกคาโรงไปจะทำอย่างไรกัน นี่ถ้าระเบียบรัตน์มันไม่ออกมาโวยหนังเรื่องนี้นะขอให้ ... (เติมกันเองตามความหมั่นไส้) หรือแกอาจจะไม่รู้เรื่องเลยก็ได้ว่ามีหนังเรื่องนี้ เพราะแกไม่เคยท่องโลกไซเบอร์เลยอาจจะตามข่าวไม่ทันก็เป็นได้
     
    ที่น่าคิดที่สุดก็คือความเป็นคนมือถือสากปากถือศีลของเสี่ยเจียง ที่แกรู้อยู่แก่ใจว่าหนังแบบไหนถึงจะขายคนส่วนใหญ่ที่เป็นประเภทเดียวกับแกได้ สงสารแต่น้องนักแสดงทั้ง 7 คนที่พอแก่ตัวไปก็คงจะถูกลืม หรืออยากจะสวยนอกจอก็ไม่ได้เพราะจะถูกเฉดหัวทิ้งแบบรุ่นพี่ที่โดนเชือดไปเรียบร้อย  แล้วก็ระวังคลิปหลุดแบบ "เกริลลี่เบอรี่" ที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้นะครับ รู้ว่านักแสดงและทีมงานตั้งใจทำงานด้วยเจตนาบริสุทธิ์ แต่ทำไงได้เมื่อของเหล่านี้มันเป็นเงินเป็นทองต่อไปได้อีก ความบริสุทธิ์ที่ว่าก็อาจถูกบดบังให้จางหายไปก้ได้นะครับ
     
    เฮ้อ !! ลืมไปว่าที่นี่ประเทศไทย สังคมมันก็เป็นอย่างงี้มาตั้งนานแล้ว
     
    ปล.เพื่อความมันส์ที่เพิ่มขึ้น ติดตามบทความในสเปชของหนุนควบคู่ไปด้วยนะจ๊ะ ที่ http://silencecry.spaces.live.com/