Visit's profilekappathaiPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 27 เผื่อใครมาอ่านจะได้รู้ว่าจุดยืนของผมอยู่ตรงไหนผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นว่าเรื่องของการขึ้นค่าเทอมและคณบดีควรต้องมองควบคู่กันไป เนื่องจากคณบดีก็ไม่สามารถตอบคำถามในที่ประชุมวันพุธที่ 16 ส.ค.(ซึ่งผมฟังด้วยตนเอง) และวันจันทร์ที่ 21 (เพื่อนผมฟังจากเทปการประชุมแล้วมาพูดให้ฟัง) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความไม่โปร่งใส การลาออกแล้วให้สภาพิจารณานั้นผมจึงเห็นว่าเป็นการเลี่ยงที่จะตอบคำถามหรือทำประชาพิจารณ์ และการที่สภาตีเรื่องกลับมาที่คณะแล้วครั้งหนึ่ง สภาเองอาจเข้าใจผิดว่าคณะได้คุยกันแล้วก็เป็นได้ นักศึกษากลุ่มหนึ่งจึงล่ารายชื่อเพื่อชี้แจงว่ายังมีประชาคมกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยอยู่ และการที่คณบดีลาออกนั้นไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถกลับเข้ามาเป็นได้อีก เพราะยังไม่มีใครยอมเป็นคณบดีแทน และผมเกรงว่าหากเรื่องค่าเทอมนี้จบเมื่อไร ก็จะกลายเป็นว่าเรื่องทุกอย่างจบ ไม่ใช่นะครับ เพราะคณบดีก็ยังไม่สามารถตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ได้อยู่ดี ความไม่โปร่งใสเหล่านี้เองที่ผมอยากให้ท่านถูกตั้งคำถามและชี้แจงให้ได้เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวท่านเอง ส่วนอาจารย์บุญส่งท่านพูดจากข้อมูลที่เป็นคำบอกเล่าครับ ซึ่งมันใช้เป็นหลักฐานได้ลำบาก ผมจึงถือว่าคำพูดของท่านขาดน้ำหนักตรงจุดนี้ ขนาดอาจารย์ที่ต้องการจะตีเหตุผลของคณบดียังเข้าถึงหลักฐานหรือข้อมูลเชิงประจักษ์ได้อย่างยากลำบาก ทั้งที่รู้ว่าคำพูดของตนจะขาดน้ำหนักก็มีอยู่ 2 ทางคือหาไม่ได้กับไม่มีให้หาซึ่งผมไม่สามารถแสดงความเห็นตรงจุดนี้ได้เพราะไม่มีข้อมูล ฉะนั้นเรานักศึกษาก็ยากที่เคลื่อนไหวครับ ส่วนวิธีการยื่นเรื่องให้ท่านนายกสภานั้น ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยนะครับ เพราะผมรู้สึกว่ามันเป็นการกำกับของอาจารย์ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวของนักศึกษเอง ความเป็นนักศึกษาวิธีการมันควรที่จะ "ใส" กว่านี้ ซึ่งวิธีการนี้ผมไม่รู้มาก่อน ส่วนอิกคิดว่ามันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติจึงไม่ทันได้ตั้งข้อสังเกตกับวิธีการนี้ ตรงนี้ผมก็ต่างจากอิกนะครับ เพราะอิกเน้นที่ค่าเทอมอย่างเดียว แต่ก็ยังมีจุดยืนเดียวกันคือไม่ได้มองคณะผู้บริหารว่าเป็นศัตรู แต่เพราะมีเหตุดังนี้จึงเกิดข้อสงสัยเท่านั้นเองครับ August 17 เตือนความจำเรื่องการชี้แจงขึ้นค่าเทอมของคณบดีเมื่อวานมีการชี้แจงของคณบดีเรื่องขึ้นค่าเทอม ซึ่งเรื่องนี้ได้ยินมาจากเพื่อนอิกก่อน แต่เพิ่งรู้ว่ามีการชี้แจงก็ในวันนั้นเลย เพราะคนอ.ทำประชาสัมพันธ์ติดหน้าตึก 50 ปี แค่ใบเดียว เพราะผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวกับน้องของเราโดยตรงน่าจะให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์มากๆ แต่ก็อย่างว่าคนอ.ยังเข้าฟังไม่ครบทุกคนเลย (นี่แค่ทัศนะ เพราะก็รู้ว่าเป็นความสนใจส่วนบุคคล หรืออาจไม่ว่างในช่วงเวลานั้นพอดี) ได้ยินข่าวลือว่าเคยมีประกาศเรื่องนี้ติดไว้ก่อนหน้าแต่โดนแออกเนี่ยสิแย่ เพราะทำให้คนรู้เรื่องนี้น้อยมาก ที่ขึ้นไปฟังวันนั้นส่วนหนึ่งมีเอกอิ๊งของคาบจารย์ภัคที่แกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนงดคลาสให้ และอีกส่วนหนึ่งมาจากคนที่ไปฟังคุยคุ้ยแม้ว 2 แล้วอาจารย์เอมอรเชิญชวนขึ้นไปฟัง (แต่เด็กจะเห็นอย่างนั้นไหมคนละประเด็น) จึงทำให้รู้สึกว่าทางคณะผู้บริหารไม่จริงใจในการประชาสัมพันธ์ นั่นเรื่องหนึ่ง ผมขอสรุปสิ่งที่ได้เมื่อวานในแบบของผมบ้างนะครับ
1.คณบดีไม่ชี้แจงเรื่องของงบประมาณอุดหนุนของรัฐ ว่าเหลือเท่าไรแล้วเอาไปไว้ตรงส่วนไหนบ้าง ทั้งๆที่เงินคณะกลับมีเอกสารมาชี้แจง เข้าใจว่าจะไปชี้แจงในที่ประชุมคณาจารย์เอง
2.ผู้บริหารไม่เคยคิดที่จะทำประชาพิจารณ์ แต่ทึกทักเอาเองว่าสิ่งเหล่านี้ดีก็ทำให้เลย เช่นที่พักของอาจารย์ โปรแกรมเทลมีมอ หรือลานทรงพลใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจปนอยู่ในการประเมินผลจากภายนอกด้วยก็ได้ เข้าใจครับว่าแก้ยาก แต่ประชาพิจารณ์ไม่ได้หมายความแต่ว่าคุณจะเอาตามเราหรือไม่ แต่สามารถที่จะระดมความคิดเพื่อหาทางออกในรูปแบบอื่นได้ด้วยนะครับ เกิดประชาคมบอกว่าไม่เอาร่วมกันหมดก็จะเกิดเป็นพลังที่จะต่อต้านร่วมกับอาจารย์แมวได้ไม่ใช่หรือครับ
3.สำคัญที่สุดที่พยายามถูกทำให้หายไปคือส่วนที่อ.เอมอรท่านว่าเรื่องนี้เคยผ่านไปถึงสภามหาวิทยาลัยแล้วซึ่งหากไม่ได้มีการตีกลับไปพิจารณาใหม่ การประชุมเมื่อวานนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งคณบดีก็พูดเองนะครับว่า รู้ว่าหากเรื่องนี้มีผลบังคับใช้ก็รับรองว่ามีปัญหาแน่ๆ ซึ่งท่านรู้อยู่แกใจแต่ท่านไม่คิดถามประชาคมแต่แรกล่ะครับ ท่านรู้อยู่ว่าระบบบอร์ดคณะมันยังไม่สามารถสื่อสารให้อาจารย์ทั้งคณะได้รับทราบ แต่ท่านก็ไม่แก้ไขแล้วจะให้มองว่าไม่ตุกติกได้อย่างไร แต่ท่านกลับบอกว่าอย่าพูดเรื่องเก่ามันทำให้เสียกำลังใจ ท่านกำลังจะบอกว่าคนที่ทำผิดไม่สมควรได้รับการต่อว่าหรือครับ โอเคคุณกลับใจจะมาถามประชาคม แต่แค่คำว่ายอมรับผิดยังไม่ออกมาจากปากของคุณ อีกทั้งท่านพูดนักหนาว่าคณะเรามีความหลากหลายแล้วท่านพูดขึ้นมาทำไมว่าแล้วแต่ความศรัทธาในตัวอาจารย์ของนักศึกษาแต่ละคน ท่านทำผิดไม่พอเอาดีเข้าตัวไม่พอยังพูดให้อ.เอมอรกลายเป็นผู้ร้ายไปอีกด้วยนะครับ อ.สุวิดาที่พยายามจะไกล่เกลี่ยไม่ให้พูดเรื่องเก่านี่ผมก็ไม่เห็นด้วยเลย
ต่อไปเป็นเกร็ดเล็กๆน้อยที่พบนะครับ
-บอกว่าการประเมินผลในด้านต่างๆไม่ควรวัดในแบบตัวเลข แต่ก็มีบางส่วนที่ใช้ตัวเลขในการชี้วัดเช่นจำนวนแอร์ในแต่ละห้อง
-กริยาที่น้องเจ็กแสดงออกนั้นไม่สมควรจริงๆครับ ควรพูดด้วยเหตุผลจะทำให้เราดูน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ให้เขาหาช่องให้เรากลายเป็นผู้ร้ายได้
-ถามว่าจะใช้เกณฑ์อะไรในการวัดว่าเรื่องไหนควรทำประชาพิจารณ์ ผมยังคิดไม่ออกหรอกครับ แต่ถ้ามีกำลังก็ควรจะทำทุกเรื่องต่อผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ใช่หรือครับ หรือไม่ก็เอาเงินไปจัดตั้งสำนักโพลคณะอักษรซะเลย ข้อดีก็คือสามารถฝึกนักศึกษาให้มีทักษะและแบ่งเบาภาระผู้บริหารที่ต้องมานั่งทำเอง
-ศูนย์เซลเป็นประเด็นที่น่าถก การลงเทลมีมอทุกเครื่องนั้นผมถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพราะพอลงแล้วนักศึกษาไม่ใช้ก็มาโทษนักศึกษา นักศึกษาต้องการที่จะให้เพิ่มจำนวนเครื่องก็เนื่องจากไม่เพียงพอกับจำนวนนักศึกษา และจุดนี้ถือเป็นสวัสดิการที่นักศึกษาพึงได้รับเพราะจ่ายค่าบำรุงคอมทุกเทอม โปรแกรมที่นักศึกษาต้องการก็เป็นโปรแกรมพื้นฐาน (ดูงานวิจัยของเอกสังคมรุ่น 35 ได้) ไม่ได้ต่อต้านการพัฒนาแต่ถ้ามันยังไม่จำเป็น เราก็ควรเก็บมันเทลมีมอไว้ในรูปแบบของตัวเงินก่อนไม่ดีกว่าหรือ จะได้เอาไว้หมุนเพื่อพัฒนาในส่วนที่จำเป็นและเร่งด่วนกว่า จะได้ไม่ต้องเก็บเงินจากนักศึกษารุ่นหน้ามากนัก
-คณะคงมีเงินจากดอกเบี้ยธนาคารบ้างแหละนะ น่าจะนำมันมาชี้แจงด้วยนะครับ
-ตอนแรกได้ข่าวว่าคณบดีจะชี้แจงที่ห้องประชุมเทพยสุวรรณ แต่ก็เปลี่ยนภายในวันชี้แจงเป็นห้องประชุมที่มีขนาดเล็กกว่ามาก ทำให้คิดไปได้ว่าถึงอย่างไรก็ประชาสัมพันธ์ไว้เพียงน้อยนิด นักศึกษาคงเข้าไม่มาก แสดงว่าคุณไม่คิดจะชี้แจงต่อหน้าคนกลุ่มใหญ่ๆแต่แรกอย่างนั้นหรือ |
|
|