Visit's profilekappathaiPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 20

    กลิ่นแก้วกลางใจ ฉายเงาหญิงไทย เหยื่อของสังคม

    ความจริงบทความนี้เสร็จสิ้นมากว่าสัปดาห์แล้ว ได้ส่งให้นิตยสาร "ขวัญเรือน" พิจารณา ผ่าน "สนามนักเขียน" ทางเวบไซด์ แต่จนป่านนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับ คาดว่าคงจะพลาดหวังไปเรียบร้อย จึงนำมาโพสทางสเปซให้อ่านกันดีกว่า

     

    วันพุธที่แล้ว (8 สิงหาคม พ.ศ. 2550) ผมได้มีโอกาสชมละคร กลิ่นแก้วกลางใจ ทางช่อง 3 ตอนอวสาน (ที่ฉายตอนทุ่มนึง จันทร์-ศุกร์อ่ะ) และด้วยความที่ผมไม่ได้ดูทุกตอน แต่ตอนจบของเรื่องนั้นทำให้ผมเกิดคำถามคาใจหลายคำถาม จนต้องรีบไถ่ถามเรื่องราวของละครจากสมาชิกครอบครัวที่ได้ชมทุกตอน เมื่อเข้าใจเนื้อหาแล้วก็ยิ่งฉงน ว่าเหตุใดละครจึงเลือกเสนอประเด็นเช่นนี้

    เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ของคน 3 คน คือ อรชุน ม.ร.ว.จิตตา และเมษา โดยอรชุน (แสดงโดย ธีระพงษ์ เหลียวรักวงศ์) กับจิตตา (แสดงโดยสินจัย เปล่งพานิช) นั้นมีความรักต่อกัน แต่เนื่องจากฐานะทางสังคมที่ต่างกันมาก คืออรชุนเพียงเป็นลูกชายของคนรับใช้ในบ้านของจิตตาเท่านั้น ทั้งสองจึงจำต้องทำใจต่อความรู้สึกที่ไม่อาจลงเอยกันได้นี้ หลังจากนั้นพ่อแม่ของอรชุนได้หาผู้หญิงให้มาแต่งงานด้วย ซึ่งก็คือเมษา (แสดงโดย ปนัดดา วงศ์ผู้ดี)  แต่แม้จะแต่งงานแล้ว อรชุนก็ยังคงมีความสัมพันธ์กับจิตตา (ซึ่งจิตตาก็รู้ว่าอรชุนแต่งงานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าใคร) จนจิตตาตั้งท้อง ทำให้เมษาคิดแผนจะแก้แค้น อดทนรอวันที่จิตตาคลอดลูก เมษาแอบเข้าไปสับเปลี่ยนป้ายชื่อของลูกสาวของจิตตากับลูกสาว ของโสเภณีคนหนึ่งที่บังเอิญมาคลอดลูกในโรงพยาบาลเดียวกันแล้วทิ้งไป ลูกแท้ๆของจิตตาที่ถูกสับเปลี่ยนไปชื่อ พระพาย (แสดงโดย ศรีริต้า เจนเซ่น) ส่วนลูกของโสเภณีชื่อว่าอาโป (แสดงโดย อิศริยา สายสนั่น) เรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นความสัมพันธ์ของพระพาย อาโป กับอัสนี (พระเอกของเรื่อง) ซึ่งได้รับผลจากการกระทำของคนรุ่นพ่อแม่ (โดยเฉพาะแผนการของเมษา)

    แต่ตอนจบของเรื่องก็เป็นสุขนาฏกรรม คือจิตตารู้ความจริงว่าพระพายคือลูกที่แท้จริง และก็ไม่ได้ผูกใจเจ็บกับเมษาและอาโป ทั้งยังรับอาโปไปดูแลเหมือนอย่างเคย ส่วนเมษาเข้าโรงพยาบาล อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ หล่อนผมขาวโพลน กลายเป็นคนแก่ที่เต็มไปด้วยโรคต่างๆ ความแค้นตลอดชีวิตยังคงกัดกินหล่อนต่อไป

    เมษายืนมองบ้านกลิ่นแก้ว เอามือจับที่ป้ายไม้เก่าๆ ฝีมือของอรชุน ความรักเปลี่ยนแปลงโลกทั้งโลกความเกลียดทำลายแม้ตัวเอง…” ซึ่งประโยคนี้เรียกได้ว่าเป็นสโลแกนของเรื่อง

    รายละเอียดในละครที่ไม่ได้มีในเรื่องย่อนี้คือ อรชุนก็มีความรักให้กับเมษาเช่นกัน จากเนื้อความในจดหมายที่อรชุนเขียนให้จิตตาว่า ถึงน้องหญิงที่รัก บ้านกลิ่นแก้วเหลือแค่ตกแต่งเพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆ .... วันนี้พี่ทะเลาะกับเขาอีกแล้ว   การแต่งงานทำให้ความรักจืดจางจริงหรือ  ถ้าเขาตัดสินด้วยการทานข้าวด้วยกัน  การพาไปดูหนัง   ก็คงใช่   แต่ถ้าตัดสินด้วยการผูกพันจนชีวิตละลายกลายเป็นหน่วยเดียวกัน   พี่คิดว่าพี่รักภรรยาของพี่มาก…..”

    ความรักของอรชุนอยู่ที่เดิม ทั้งสำหรับคุณและฉัน   พอทีเถอะนะคะ  อย่าจมปลักอยู่กับความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวของสามีคุณ  ลุกออกมาจากตรงนั้นเสียที จิตตากล่าวกับเมษา

     

    สิ่งที่น่ากลัวกว่า ความเกลียดทำลายแม้ตัวเอง

    ถึงตรงนี้สิ่งที่ผมฉงนก็คือ จากข้อความที่ป้ายหน้าบ้านกลิ่นแก้ว จนถึงประโยคนี้ของจิตตา เท่ากับว่าละครต้องการจะเน้นว่าการกระทำของเมษาเป็นสิ่งที่ผิด มากกว่าจะบอกว่าการกระทำของอรชุนเป็นสิ่งที่ผิดอย่างนั้นหรือ ทั้งๆที่ต้นเหตุของการกระทำของเมษานั้นก็เป็นเพราะอรชุน แม้จิตตาจะผิดด้วยเพราะปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่มีกับอรชุนให้เลยเถิด ทั้งๆที่รู้ว่าอรชุนแต่งงานแล้วก็ตาม แต่ท้ายที่สุด หากอรชุนเป็นฝ่ายคุมกำหนัดได้แล้ว ลูกของทั้งสองก็จะไม่เกิดอยู่ดี เท่ากับว่าหากอรชุนไม่ทำเช่นนี้ เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นสุขนาฏกรรมตั้งแต่ต้น เพราะอรชุนก็รักเมษาเหมือนกัน คงไม่เกิดกรณีหย่าร้าง และเมษาก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในส่วนที่เธอควรจะได้รับอีกด้วย

    การกระทำของอรชุนนั้นไม่ต่างกับการมีชู้  หากการประพฤติผิดในกามนั้นมีสาเหตุมาจาก รักแท้ แล้ว จะสามารถให้อภัยการกระทำนี้ได้อย่างนั้นหรือ

    คงมีหลายคนที่คิดจะตอบว่ารับได้ ก่อนตอบลองคิดดูว่าหากเป็นสามีหรือลูกเขยของคุณ คุณยังคงจะรับได้อยู่อีกหรือไม่ หากมั่นใจว่ายอมรับได้ ผมก็ไม่แปลกใจนัก เนื่องจากว่านี่เป็นความสัมพันธ์ที่ผู้ชายเป็นผู้ก่อ ซึ่งสังคมไทยมีคำกล่าวที่ว่า ผู้ชายที่ไม่เจ้าชู้ก็เหมือนงูที่ไม่มีพิษ หากลองมองในมุมกลับ ถ้าเกิดความสัมพันธ์ในลักษณะนี้แต่มีผู้หญิงเป็นผู้ก่อบ้าง ฝ่ายหญิงไปพบแฟนเก่าแล้วได้เสียกันจนตั้งท้องเพราะความรักที่เคยมีให้กัน และฝ่ายหญิงก็ยังรักสามีคนปัจจุบันด้วย หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับภรรยาหรือสะใภ้ในบ้านของคุณ จะยอมรับได้หรือไม่ ผมมั่นใจว่าในกรณีหลังนี้สังคมไทยยอมรับไม่ได้

    ฉะนั้นการที่ละครเรื่องนี้สามารถนำเสนอการกระทำของอรชุนได้ โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากสามัญสำนึกของผู้ชมมากนัก นั่นไม่ใช่เพราะว่าอรชุนกับจิตตามีรักแท้ต่อกัน แต่เป็นเพราะอรชุนเป็นผู้ชายต่างหาก

    ลองคิดดูสิครับ หากลูกหลานของเราดูละครเรื่องนี้แล้วเข้าใจว่าการมีรักแท้นั้นมีคุณค่าถึงขนาดที่สามารถผิดลูกผิดเมียคนอื่นได้ ถ้าพวกเขามั่นใจว่าตนได้พบกับรักแท้แล้วก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยที่เหมาะสมได้ แม้จะผิดพลาดถึงขั้นให้กำเนิดเด็กก็น่าจะเป็นสิ่งที่สังคมรับได้ ทั้งๆที่เด็กนั้นอาจไม่ได้ตระหนักถึงขั้นที่ว่า เป็นเพราะสังคมไทยมีแนวโน้มจะยอมรับและให้อภัยในการกระทำของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว หากเป็นการกระทำของฝ่ายหญิง พวกเธอจะตกเป็นจำเลยของสังคมทันที

     

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา จากการกระทำแบบอรชุน

                    การที่เราไม่กล่าวโทษผู้ชายว่าควรจะเป็นฝ่ายที่คุมกำหนัดของตนเองนั้น ทำให้ผู้หญิงไทยตกเป็นเหยื่อของสังคมโดยไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ดังจะเห็นได้จากการโทษฝ่ายหญิงในกรณีที่ถูกข่มขืนว่า แต่งตัวล่อแหลมบ้าง หรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมบ้าง หากมองผู้หญิงอย่างเข้าใจ กรณีของการแต่งตัวล่อแหลมนั้นถูกผูกติดกับคุณค่าของผู้หญิง กล่าวคือสังคมไทยเห็นว่าผู้หญิงสวยมีคุณค่า ถ้าฉันไม่แต่งตัวฉันก็จะไม่สวย ไม่มีคนมอง ถูกตีตราว่าขึ้นคานได้อีกต่างหาก ปัญหานี้ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอันเนื่องมาจากการที่สื่อนำเสนอแต่ภาพผู้หญิงสวยหุ่นดี ทำให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างเข้าใจว่าเป็นแนวทางที่สังคมคาดหวัง ผู้ชายจะเห็นจนชินตาแล้วซึมซับเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวว่า อย่างนี้เรียกว่าสวย (ซึ่งภาพของผู้หญิงสวยในสมัยก่อนต่างออกไป ก็เพราะค่านิยมในสังคมที่แตกต่าง) ผู้หญิงถูกผูกคุณค่าไว้กับความสวย หากไม่สวยก็ไร้ซึ่งคุณค่า จึงเป็นที่มาของการแต่งตัวเพื่อให้สังคมมองว่าเป็นคนสวย สิ่งเหล่านี้เองที่ครอบงำความคิดทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งไม่มีทางสลัดหลุดได้โดยง่าย แม้จะตระหนักรู้ก็ตามที

    ในส่วนของการกล่าวอ้างว่าผู้หญิงไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมยามวิกาล ก็ให้ลองคิดง่ายๆดูว่า บ้านฉันอยู่ในซอย ทำงานแล้วกลับบ้านดึก ถ้าถูกข่มขืน ฉันก็ผิดอีกสินะ แล้วเรายังจะกล่าวโทษผู้หญิงได้อีกหรือ

    ในกรณีที่เด็กในวัยเรียนเลยเถิดจนมีลูก เด็กผู้หญิงต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียนฝ่ายเดียว แม้จะรู้ตัวฝ่ายชายคู่กรณีก็ตาม ซึ่งฝ่ายชายอ้างได้สารพัดว่าไม่ใช่ลูกของตน ในขณะที่ถ้าเด็กหญิงเครียดเลี้ยงลูกไม่ไหวเอาลูกไปทิ้งก็จะโดนตราหน้าว่าเป็นแม่ใจร้าย เด็กใจแตก ซึ่งสังคมไทยดูเหมือนจะไร้ทางออกให้กับผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อเหล่านี้

    การที่สังคมไม่กล่าวโทษผู้ชายว่าเป็นคนผิดนั้น คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกล่าวว่าละครมีส่วนในการตอกย้ำความคิดดังกล่าวได้ โดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ผู้จัดละครควรมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมในแง่นี้หรือไม่ ส่วนตัวคิดว่า หากเราตระหนักถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นมากพอ ก็จะเกิดเป็นกระแสเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ปัญหาอยู่ที่ว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังในเชิงลึกเหล่านี้จะมีผู้ชมละครซักกี่คนที่จะตระหนักถึง เนื่องจากละครเป็นสื่อบันเทิง ดูเพื่อผ่อนคลายความเครียด จึงไม่แปลกที่ดูแล้วจะไม่อยากคิดมาก ยิ่งดูยิ่งเครียดแล้วจะดูไปทำไม ละครจึงไม่ค่อยมีบทสรุปเป็นโศกนาฏกรรม หากกลิ่นแก้วกลางใจจบในลักษณะที่ว่า เมษาติดคุกเป็นบ้าไป จิตตาถูกฆ่าตาย พระพรายเก็บกดความแค้นนี้ไว้แทน อาโปเสียคน ละครเรื่องนี้คงขายไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นบทสรุปที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากกว่า

    ถึงอย่างไรเสีย ประเด็นเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่สังคมควรที่จะร่วมกันหาทางแก้ไข เพราะหากมีคนเป็นแบบอรชุนขึ้นมาจริงๆแล้วเรื่องราวจะจบแบบแฮปปี้ได้อย่างในละครซักกี่มากน้อย

    ------------------------------------ 

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://kappathai.spaces.live.com/blog/cns!4F3412D104DB3C10!162.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None